วันพฤหัสบดีที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2552

คนที่อเล็กซานเดอร์มหาราชยอมรับ

นี่คือ ภาพวาดของจิตรกรรูปหนึ่ง

แต่บุคคลในรูปสองคนนั้น ไม่ธรรมดาเลย

ไดโอจีเนส ซึ่งเป็นแค่ ตาเฒ่านักปรัชญา นักคิดและขอทานคนหนึ่งเท่านั้น

และอีกหนึ่งนั้นคือ

อเล็ก ซานเดอร์มหาราช ผู้ครอบครองดินแดนกว่าครึ่งโลก




เมื่อพระเจ้าอเล็ก ซานเดอร์มหาราชผู้ยิ่งใหญ่ ถามนักปราชญ์เฒ่า

ผู้ถือปรัชญาแบบเย้ยหยัย (Cynics)

และใช้ชีวิตแบบสละทรัพย์สินทุกอย่าง ขอทานยังชีพไปวันๆ ผู้กำลังนอนผึ่งแดดอยู่ที่สนามว่า



มีอะไรที่เขาอยากได้หรือไม่ เขาตอบพระเจ้าอเล็กซานเดอร์ว่า

"ช่วยขยับพระวรกายที่มาบังแสงแดดของข้าพระองค์ด้วย."

(ถอดคำราชาศัพท์ออกคือ...เมิงยืนบัง"แดดของGu" อยู่ หลบไปไกลๆTeen เลยไป)


ตามตำนานเล่าว่าแม้ว่าพวกข้าราชบริพารจะคิดว่าไดโอจีเนสเป็นบ้าที่กล้าท้าทาย คนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในแผ่นดิน

แต่พระเจ้าอเล็กซานเดอร์กลับประทับใจและตรัสว่า "ถ้าฉันไม่ได้เป็นอาเล็กซานเดอร์ ฉันคงอยากจะเป็นไดโอจีเนส"


ตรงนี้ออกปรัชญาหน่อย จะงงๆ ก็ไม่เป็นไร
แค่ปูพื้น มาดูเรื่องต่อมาดีกว่า
++++++++++


วีรกรรมที่เป็นที่กล่าวถึงของเขาอีกหนึ่งเหตุการณ์คือ

เดินถือตะเกียง (บ้างก็ว่าจุดเทียน) เดินผ่านเมืองวุ่นวายในยามกลางวัน

ใครถามก็ไม่ยอมตอบ

เพียงเพื่อจะพยายามบอกให้คนอื่นรู้ว่า แม้ในยามแสงอาทิตย์ส่องสว่างกลางผืนฟ้า

หากความอยุติธรรมยังมีอยู่ในสังคม แต่ไม่มีผู้ใดรับรู้และสนใจ สังคมนั้นจะว่าสว่างดังแสงอาทิตย์ส่องก็คงไม่ได้

ไดโอจิเนส จึงต้องจุดเทียนเดินตากแดดเพื่อบอกว่า "มืดจริงหนอ..ๆ...ๆ" อย่างนี้




จบห้วนๆ อย่างนี้ล่ะครับ ผมคิดว่าสังคมไทยดูเรื่องตาคนนี้ไว้เยอะๆก็แล้วกันผมว่าคนไทยชอบทำตัวเหมือนปลาธรรมดาที่ ว่ายตามกระแสน้ำ ใครว่าอย่างไรก็ว่าอย่างนั้น ไม่เคยคิดถึงความเป็นจริง และไม่กล้าเผชิญกับสิ่งที่ไม่ถูกต้อง กลับยอมรับง่ายๆ หวังว่าคนที่อ่านจะคิดอะไรได้มากขึ้นกว่าเดิมน่ะครับ !!



ปล.ภาพและเนื้อหาบางส่วนเครดิตจากหลายๆที่ในกูเกิลครับ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น