นี่คือ ภาพวาดของจิตรกรรูปหนึ่ง
แต่บุคคลในรูปสองคนนั้น ไม่ธรรมดาเลย
ไดโอจีเนส ซึ่งเป็นแค่ ตาเฒ่านักปรัชญา นักคิดและขอทานคนหนึ่งเท่านั้น
และอีกหนึ่งนั้นคือ
อเล็ก ซานเดอร์มหาราช ผู้ครอบครองดินแดนกว่าครึ่งโลก

เมื่อพระเจ้าอเล็ก ซานเดอร์มหาราชผู้ยิ่งใหญ่ ถามนักปราชญ์เฒ่า
ผู้ถือปรัชญาแบบเย้ยหยัย (Cynics)
และใช้ชีวิตแบบสละทรัพย์สินทุกอย่าง ขอทานยังชีพไปวันๆ ผู้กำลังนอนผึ่งแดดอยู่ที่สนามว่า
มีอะไรที่เขาอยากได้หรือไม่ เขาตอบพระเจ้าอเล็กซานเดอร์ว่า
"ช่วยขยับพระวรกายที่มาบังแสงแดดของข้าพระองค์ด้วย."
(ถอดคำราชาศัพท์ออกคือ...เมิงยืนบัง"แดดของGu" อยู่ หลบไปไกลๆTeen เลยไป)
ตามตำนานเล่าว่าแม้ว่าพวกข้าราชบริพารจะคิดว่าไดโอจีเนสเป็นบ้าที่กล้าท้าทาย คนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในแผ่นดิน
แต่พระเจ้าอเล็กซานเดอร์กลับประทับใจและตรัสว่า "ถ้าฉันไม่ได้เป็นอาเล็กซานเดอร์ ฉันคงอยากจะเป็นไดโอจีเนส"
ตรงนี้ออกปรัชญาหน่อย จะงงๆ ก็ไม่เป็นไร
แค่ปูพื้น มาดูเรื่องต่อมาดีกว่า
++++++++++
วีรกรรมที่เป็นที่กล่าวถึงของเขาอีกหนึ่งเหตุการณ์คือ
เดินถือตะเกียง (บ้างก็ว่าจุดเทียน) เดินผ่านเมืองวุ่นวายในยามกลางวัน
ใครถามก็ไม่ยอมตอบ
เพียงเพื่อจะพยายามบอกให้คนอื่นรู้ว่า แม้ในยามแสงอาทิตย์ส่องสว่างกลางผืนฟ้า
หากความอยุติธรรมยังมีอยู่ในสังคม แต่ไม่มีผู้ใดรับรู้และสนใจ สังคมนั้นจะว่าสว่างดังแสงอาทิตย์ส่องก็คงไม่ได้
ไดโอจิเนส จึงต้องจุดเทียนเดินตากแดดเพื่อบอกว่า "มืดจริงหนอ..ๆ...ๆ" อย่างนี้

จบห้วนๆ อย่างนี้ล่ะครับ ผมคิดว่าสังคมไทยดูเรื่องตาคนนี้ไว้เยอะๆก็แล้วกันผมว่าคนไทยชอบทำตัวเหมือนปลาธรรมดาที่ ว่ายตามกระแสน้ำ ใครว่าอย่างไรก็ว่าอย่างนั้น ไม่เคยคิดถึงความเป็นจริง และไม่กล้าเผชิญกับสิ่งที่ไม่ถูกต้อง กลับยอมรับง่ายๆ หวังว่าคนที่อ่านจะคิดอะไรได้มากขึ้นกว่าเดิมน่ะครับ !!
ปล.ภาพและเนื้อหาบางส่วนเครดิตจากหลายๆที่ในกูเกิลครับ

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น