
วันนี้ผมนั่งอ่านข้อมูลจาก สำนักงานสถิติแห่งชาติแล้วไม่รู้จะบอกยังไงดีครับ ในเรื่องการอ่านหนังสือของคนไทยที่เรารู้ๆกันอยู่ว่าอ่านกันน้อยมากๆ ตัวผมเองถ้ามีเวลาว่างก็จะพยายามหามาอ่านเพื่อประดับความรู้ หรือเพื่อความสนุกผ่อนคลายส่วนตัว ส่วนในเรื่องการอ่านของคนไทยนี้ผมเป็นห่วงอนาคตของชาติมากซึ่งเรายังเป็นรองหลายๆประเทศครับ เช่น จีน เวียดหนาม เอาเป็นว่าบ่นไปก็เท่านั้นคงไม่ช่วยอะไรได้ถ้าเอาแต่บ่น ผมเลยคิดว่าผมจะแนะนำหนังสือที่น่าอ่านในสายตาผมแล้วกันนะครับ เริ่มจากวันนี้เป็นเล่มแรกเลยก็แล้วกัน
#1 ชื่อหนังสือ jerome become a genius (ผมอยากอ่านมากกำลังหาเวลาอ่านอยู่..เนื่องจากติดภารกิจฝึกงานแบบไม่จริงของการศึกษาไทยครับ กว่าจะได้อ่านจบก็คงช่วงหลังฝึกเสร็จ)
เป็นเรื่องราวของชาย 3 คนที่มานั่งคุยกันเพื่อหาคำตอบว่า ทำไมคนยิวจึงฉลาดและได้รับการยกย่องจากคนทั่วโลกว่ามีความฉลาดและเป็นอัจฉริยะ ซึ่งคนเขียนคือ Eran Katrz ซึ่งเป็นคนที่ได้รับการยกย่องจาก กินเนสบุ๊คว่า มีความอัจฉริยะคนหนึ่งของโลก
หนังสือเล่มนี้เขียนได้น่าอ่านมากครับ เขียนเป็นคล้ายๆนิยายทำให้ไม่น่าเบื่อ มีศัพท์ทางวิชาการค่อนข้างน้อยครับ เหมาะแก่การซื้อมาไว้อ่านเป็นอย่างยิ่ง ใครสนใจก็ตามร้านหนังสือทั่วไปได้เลยนะครับ
ปล.
คนเขียนเขามีความเชื่อว่าความฉลาดไม่ได้ขึ้นอยู่กับเชื้อชาติ แต่ขึ้นอยู่กับกลวิธีในการเรียนรู้และฝึกฝนครับ เนื้อหาภายในหนังสือเล่มนี้ที่ผมศึกษามานิดหน่อยคือเป็นเรื่องราวของกลุ่มคนที่คุยกันว่าทำไมคนยิวฉลาด เรามักเห็นชื่อนักวิทยาศาสตร์ดัง ๆ ติดอันดับโลกอย่างไอสไตน์ หรือแม้แต่นักปฏิวัติอย่างคาร์ล มาร์กซ และใครอื่น ๆ อีกหลายคนที่ล้วนคุ้นหูกันดี นั่นสิ !!! ทำไมถึงต้องเป็นคนยิว...แต่ใช่ว่าคนยิวจะอัจฉริยะชาติเดียว คนไทยอัจฉริยะก็ถมเถ
(ยกเว้นท่านผู้ทรงคุณวุฒิ บางคนน่ะครับ อิอิ) แต่ประเด็นสำคัญมันอยู่ตรงที่ พวกเขาเหล่านั้นสร้างความอัจฉริยะขึ้นมาได้อย่างไร
ข้อแรก... “หลักการแห่งจินตนาการ” คือ การจินตนาการสภาพที่แตกต่างออกไป ไม่ต้องสนใจความรู้สึกเกี่ยวกับตรรกและโอกาส ผมค้นพบว่า “หลักการจินตนาการแบบพยากรณ์อนาคต (Prophetic Imagination) เพื่อทำสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ให้เป็นจริงโดยวิธีการที่เป็นไปได้...ช่างคล้ายและสอดคล้องกับเรื่อง The secret สิ้นดี...ถ้าไม่เชื่อคุณลองเขียนสิ่งที่คุณปรารถนาสองข้อลงบนกระดาษดูสิ...เหมือนกับที่คุณคาดหวังให้ตัวเลขในบัญชีเพิ่มขึ้น มันก็สามารถเป็นจริงได้
ข้อสอง... “หลักการหนูเร่ร่อน ภูมิปัญญาเพื่อความอยู่รอด” ประเด็นสำคัญมันอยู่ที่ว่าอย่าปล่อยให้ตัวเองรู้สึกพอใจและสะดวกสบายในสิ่งที่เป็นอยู่ คุณควรเดินทางไปที่ไหนสักที่ หรือเร่ร่อนและเปลี่ยนสถานที่จากที่เป็นอยู่ มันอาจเป็นแค่ช่วงเวลาสั้น ๆ เพราะมันจะทำให้สมองตื่น และความคิดไม่เฉื่อยชา...หลักการข้อนี้ผมค้นพบด้วยตัวผมเองได้เป็นอย่างดี หลายครั้งที่ผมอยากเดินทาง อยากไปไหนสักที่ เวลาคิดหรือเขียนอะไรไม่ออก หรือแม้แต่รู้สึกไม่สบายใจ หลายคนเรียกวิธีการนี้ว่า “ไปชาร์ตแบท” แต่สำหรับผมมันคือการเดินทางที่กลับมาพร้อมกับการเปลี่ยนแปลง
ข้อสาม... "หลักการแห่งความเข้าใจสูงสุด" ตอบคำถาม ด้วยคำถาม เพราะเมื่อตั้งคำถาม ทำให้เกิดความคิด และยิ่งคิดมาก ก็ยิ่งพัฒนาสมองได้มาก
ข้อสี่... "หลักการแห่งการยกระดับ" คือ บางสิ่งบางอย่างไม่จำเป็นต้องเริ่มใหม่ แต่จงนำสิ่งที่ดีแล้วมาต่อยอด ทำให้ดียิ่งขึ้น
ข้อห้า... "หลักการแห่งแรงบันดาลใจ" คือ หาต้นแบบที่ดีเด่นให้ตัวคุณเอง เพราะแรงบันดาลใจจะช่วยให้เราไปถึงจุดมุ่งหมายได้
การจูงใจแบบชาวยิว - คือ ความจำของความจำ จะช่วยให้เราจำได้ดีเยี่ยม (จำเป็นภาพ)
หนังสือเล่มนี้ แบ่งออกเป็น 16 ตอน เขียนลักษณะเรื่องเล่าปนเรื่องตลก น่าหามาอ่านเพื่อเพิ่มความรู้ และใช้เทคนิคการจำ และปรับเปลี่ยนการดำเนินชีวิตให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

เนื้อหาย่อ : เจาะลึกเทคนิคการคิด การจำ และภูมิปัญญา หาคำตอบว่าทำไมคนยิวฉลาดและประสบความสำเร็จสูงสุด โดยนักพูด นักเขียน เอนเทอร์เทนเนอร์คิวทองที่กินเนสส์บุ๊คส์อิสราเอลยกย่องว่ามีความจำเป็นเลิศ ขายดีในอิสราเอลกว่า 20 สัปดาห์ แปลแล้วถึง 7ภาษา
ผู้แต่ง : เอรัน คัทซ์ : Eran Katz (ซึ่งเป็นคนที่ได้รับการยกย่องจาก กินเนสบุ๊คว่า มีความอัจฉริยะคนหนึ่งของโลก)
ผู้แปล : เจิดจรัส
จำนวน : 376 หน้า
ราคา 245.00 บาท <<< เทียบกับค่าเหล้าแล้วจิ๊บจ๋อยมาก ไปหาซื้อมาลองอ่านกันดูน่ะครับ
ปล. อีกครั้ง - บทความนี้และหนังสือเล่มนี้ไม่เหมาะกับผู้ที่ปิดกั้นตัวเองแล้วไม่พร้อมที่จะรับฟังความคิดเห็นผู้อื่น หรือแม้กระทั้งผู้ที่คิดว่าตัวเองเก่งพอแล้ว ด้วยความปรารถนาดีจากทีมงาน ROWDYISM