
อันดับแรกเลยผมขอออกมาโต้เสียงดูถูกดูแคลนนักศึกษาของอาจารย์ท่านหนึ่งในสาขา ที่ใครๆก็เรียกว่า ท่าน พ. ที่โดยส่วนใหญ่แล้วชอบดูถูกดูหมิ่นนักศึกษา ชอบยกตนข่มท่านว่า “ไม่มีคุณสมบัตินักศึกษาบ้าง เรียนไปทำไมเรียนไปก็ไม่รอดบ้าง ฉันจะให้ใครตกก็ได้หรือฉันจะให้พวกนี้ตกอีกกี่ทีก็ได้” ถ้าให้มองในแง่ดีก็จะดูเหมือนเป็นการสร้างแรงกระตุ้นให้นักศึกษามีความฮึดสู้ขึ้น ตั้งใจมากขึ้น หรืออะไรก็สุดแล้วแต่ ทั้งๆที่บางทีไม่มีความจำเป็นที่ต้องแสดงท่าทางยียวนกวนประสาท หรือใช้คำพูดที่ไม่เหมาะสมกับสถานะ และความเป็นผู้ที่ถ่ายทอดความรู้แบบตกผลึกแล้วให้นักศึกษาเลย โดยเมื่อไม่นานมานี้ก็มีไปพูดกับนักศึกษาระดับหนึ่งถึงความเป็นไปของรุ่นพี่กลุ่มหนึ่งที่มาเรียกร้องสิทธิ ต้องการให้มาชี้แจงเรื่องเกรด แต่ท่านผู้นี้กลับไปเล่าความยาวให้ห้องเรียนว่า “พวกนี้มันจะอะไรกันนักหนา..ไม่ยอมกันซักที ถ้าให้เรียนใหม่จะให้มันตกอีกทีก็ย่อมได้” คำพูดนี้มันไม่ควรหลุดออกมาจากอาจารย์ผู้สอน ผู้ให้ความรู้แก่นักศึกษาเลย ท่านคงคิดว่าเด็กพวกนี้ไม่มีอนาคตหรอกหรือไม่มีแม้กระทั้งพรุ่งนี้ด้วยซ้ำ! ผมอยากทราบจริงๆว่าเด็กพวกนี้อายุเท่าไหร่กันเชียว! 22ปี 23ปี 24 ปี แล้วท่านมีอายุเท่าไหร่ 50ปีขึ้นไป ท่านไม่เคยให้โอกาสแก่เด็กหรือให้ความกรุณาแต่ท่านกลับมาเหยียบย้ำศักดิ์ศรีนักศึกษาที่จะไปเป็นอนาคตของสังคม อาจจะถึงอนาคตของประเทศ มันดูทุเรศเป็นบ้าเลยท่านเคยลองนึกย้อนไปสมัยท่านเป็นนักศึกษาและต้องการคนเข้าใจบ้างรึป่าว? ต้องการโอกาสต้องการใช้สิทธิของท่านบ้างมั้ย? แน่นอนหล่ะเด็กพวกนี้ที่ท่านอาจจะดูถูกต้องเรียนรู้อีกมากแต่ท่านกลับมาทำแบบนี้พูดแบบนี้ทั้งๆที่เด็กนักศึกษาผู้เรียนรู้ทุกคนมีสิทธิ์ผิดพลาด ต้องการแก้ไข ต้องการคำชี้แจง ต้องการที่จะเรียนรู้ พวกเขาก็แค่ประหม่า ทั้งๆที่มีโอกาสบางคนกลับมองข้ามไม่กล้าที่จะเผชิญ ท่านอาจมองข้ามบุคลากรที่มีคุณภาพทางด้านการดำเนินชีวิตหรือการทำงานทั้งๆที่พวกเขาอาจผิดพลาดเพียงเล็กน้อย เพราะประสบการณ์ที่น้อยอยู่ นั้นมันก็ทำให้ผมคิดว่ามันไม่ค่อยจะแฟร์เท่าไหร่ที่ท่านไปวิจารณ์สาดเสียเทเสียขนาดนั้น ซึ่งเอาจริงๆแล้วสักวันหนึ่งเด็กกลุ่มนี้พัฒนาจนได้ดิบได้ดีแล้ว พวกเขานั้นแหละจะกลับมาเชิดชูท่านว่าท่านคือผู้ให้ความรู้ คือผู้ให้โอกาสเขาด้วยใจจริง ที่กล่าวมาทั้งหมดนี้อาจทำให้ท่านที่ยังคงอีโก้สูงมองแต่ตัวเองไม่สนใจและอาจจะวิจารณ์ ด่าดูถูกเด็กอีกก็เป็นได้ แต่ผมเชื่อมาตลอดว่า “พวกที่อ่อนหัด เกรดต่ำที่ท่านได้ว่าไว้ พวกเขามีพรสวรรค์สุดๆไปเลยจากการที่ได้สัมผัส” บางคนทำงานหาเงินช่วยเหลือที่บ้าน บางคนส่งตัวเองเรียน แต่ท่านก็คงบอกว่า “แล้วทำไมไม่เรียนให้มันดีๆหล่ะ! มีหน้าที่เรียนก็เรียนอย่างเดียวสิ!” กล่าวมาทั้งหมดถ้าจะให้จบมันคงยาก มันคงดูเหมือนตบมือข้างเดียว แต่คนที่เข้าใจจริงสัมผัสได้จริงๆก็จะเข้าใจ มีอาจารย์อีกหลายคนเช่น ท่าน ... ท่าน ... หรือท่านอื่นๆที่ยังให้โอกาสเด็ก รับฟังปัญหาและชี้แจงอย่างสมบูรณ์โดยแท้ตามคุณสมบัติของผู้ถ่ายทอดความรู้คือ Explicit Knowledge และ Implicit Knowledge (คือ ทั้งพร่ำสอนและทำตัวเป็นตัวอย่าง) แก่นักศึกษาต่าง ๆ การตระหนักว่าความรู้ไหนเป็น Explicit หรือ Implicit ทำให้ผู้สอนสามารถกำหนดยุทธศาสตร์ในการสอนได้ถูกต้องและได้ผลดี และใช้ได้กับการเรียนการสอนทุกแขนงวิชา โดยเฉพาะการเรียนการสอนที่เชื่อมต่อการเชื่อ การยอมรับของผู้เรียน เช่น การทำดีต่อเพื่อน ย่อมเกิดความรู้สึกดี ๆ ฯลฯ การใช้ทั้ง Explicit และ Implicit จึงน่าจะเกิดผลดีที่สุด กว่าการพร่ำสอนเพียงอย่างเดียว ที่ต่างกับท่าน พ. ที่แบ่งแยกชนชั้นวรรณะ แบ่งพรรคแบ่งพวก คนแบบนี้ไม่น่าจะเหมาะมาเป็นอาจารย์น่ะครับ
ที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ขึ้นอยู่กับอารมย์ของผู้เขียนเป็นหลัก เนื่องจากเจอ ท่าน พ. ที่มีความกดดันความยโสโอหังส่วนตัว สร้างกำแพงปิดกั้น ทำให้การแสดงออกของอนาคตของชาติถูกทำลายสิ้นด้วยน้ำมือของ ท่าน พ. สงสัยจะสะใจมากเลยสิน๊ะครับ!!!
จากคำที่ท่าน พ. เคยได้กล่าวไว้ว่า สังคมศาสตร์มันดิ้นได้ ถึงว่าท่านถึงพยายามดิ้นเพื่อไม่ให้เด็กได้แสดงความคิดเห็นหรือท่านดิ้นที่จะไม่ฟังความคิดเห็นของผู้อื่นเลยซักครั้ง ท่านเป็นนักสังคมศาสตร์ได้อย่างไรในเมื่อท่านเอาแต่ความคิดตัวเองเป็นหลัก!
เพราะที่ทำแบบนี้มันเข้าข่ายกับพวก ไม่ช่วยสร้างสรรค์ แล้วดันมาทำลาย น่ะครับพี่น้อง!!!!

ช่าย ชอบดูถูกนักเรียน เอาเเต่พวกพ้องตัวเอง ชอบคนหล่อๆ
ตอบลบได้มีการปรับแก้ เพื่อให้ดูซอร์ฟขึ้นกว่าเก่าน่ะครับ ผมให้เครดิตแก่น้องโอมมี่ ที่ช่วงติง ขอบคุณจากใจครับ! (^___^)
ตอบลบ